รูปข่าวสาร ระบบเบรกในรถยนต์ปัจจุบันสามารถแบ่งออกเป็น 2 ประเภท

ระบบเบรกในรถยนต์ปัจจุบันสามารถแบ่งออกเป็น 2 ประเภท

อัพเดดล่าสุดเมื่อ : May 25 2026

ระบบเบรกในรถยนต์ปัจจุบันสามารถแบ่งออกเป็น 2 ประเภทหลักที่นิยมใช้กันทั่วไป โดยแต่ละประเภทมีลักษณะการทำงานและจุดเด่นที่แตกต่างกันดังนี้ค่ะ

  1. ดิสก์เบรก (Disc Brake) เป็นระบบเบรกที่ได้รับความนิยมมากที่สุดในรถยนต์รุ่นใหม่ โดยเฉพาะล้อคู่หน้าหรือทั้ง 4 ล้อในรถสมรรถนะสูง • การทำงาน: ใช้ปั๊มเบรก (Caliper) ดันผ้าเบรกให้ไปประกบกับจานเบรกที่หมุนไปพร้อมกับล้อเพื่อสร้างแรงเสียดทาน • จุดเด่น: ระบายความร้อนได้รวดเร็วเนื่องจากจานเบรกสัมผัสกับอากาศโดยตรง ลดอาการเบรกเฟด (เบรกไม่อยู่เมื่อร้อนจัด) และดูแลรักษาทำความสะอาดง่าย
  2. ดรัมเบรก (Drum Brake) มักพบในล้อคู่หลังของรถยนต์ขนาดเล็ก รถกระบะ หรือรถรุ่นเริ่มต้นเพื่อช่วยลดต้นทุน • การทำงาน: เป็นระบบปิดที่มีฝาครอบเบรกทรงกระบอก ภายในมีฝักเบรก (Brake Shoes) ที่จะขยายตัวออกไปดันขอบด้านในของดรัมเพื่อหยุดล้อ • จุดเด่น: ให้แรงเบรกที่สูงในขณะหยุดนิ่งหรือความเร็วต่ำได้ดี และมีความทนทานต่อฝุ่นและสิ่งสกปรกได้มากกว่าเนื่องจากเป็นระบบปิด ระบบช่วยเบรกอัจฉริยะ (Advanced Systems) นอกจากประเภททางกลไกแล้ว รถยนต์สมัยใหม่ของ Honda ยังมีระบบอิเล็กทรอนิกส์เข้ามาช่วยเพิ่มความปลอดภัย เช่น: • ระบบ CMBS (Collision Mitigation Braking System): ระบบเตือนการชนพร้อมช่วยเบรกอัตโนมัติ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของเทคโนโลยี Honda SENSING • ระบบเบรกมือไฟฟ้า (Electric Parking Brake): เปลี่ยนจากการดึงคันโยกเป็นการใช้ปุ่มกดเพื่อสั่งงานมอเตอร์เบรกที่ล้อหลัง เพื่อให้ระบบเบรกทุกประเภททำงานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ อย่าลืมตรวจสอบความหนาของผ้าเบรกทุกๆ 10,000 - 20,000 กม. และเปลี่ยนน้ำมันเบรกทุกๆ 40,000 กม. นะคะ

Credit : เซลล์พลอย บางเขนฮอนด้าคาร์ส์