รูปข่าวสาร ทำไมบางประเทศใช้พวงมาลัยซ้าย บางประเทศใช้พวงมาลัยขวา?

ทำไมบางประเทศใช้พวงมาลัยซ้าย บางประเทศใช้พวงมาลัยขวา?

อัพเดดล่าสุดเมื่อ : Oct 8 2025

ทำไมบางประเทศใช้พวงมาลัยซ้าย บางประเทศใช้พวงมาลัยขวา?

ถ้าคุณเดินทางท่องโลก คุณจะพบว่า “ทิศทางการขับรถ” ไม่ได้เหมือนกันทุกประเทศ

ประเทศอย่าง ไทย ญี่ปุ่น อังกฤษ ออสเตรเลีย → ขับชิดซ้าย ใช้พวงมาลัยขวา

ประเทศอย่าง สหรัฐอเมริกา เยอรมนี ฝรั่งเศส จีน → ขับชิดขวา ใช้พวงมาลัยซ้าย

คำถามคือ ทำไมโลกถึงไม่ใช้ระบบเดียวกัน?

ทำไมบางประเทศเลือกซ้าย บางประเทศเลือกขวา? และการใช้ต่างกันมีผลต่อความปลอดภัยหรือไม่?

ประวัติศาสตร์ของการเลือกฝั่งถนน

ยุคโบราณ

ในยุคกลาง อัศวินและนักรบส่วนใหญ่ ถนัดขวา จึงชอบเดิน/ขี่ม้าชิดซ้าย → เพื่อให้ดึงดาบมาป้องกันศัตรูจากฝั่งตรงข้ามได้สะดวก

หลักฐานโบราณจากโรมัน: ร่องรถม้าบนถนนโรมันแสดงว่ามักใช้ฝั่งซ้าย

ยุคสมัยใหม่ตอนต้น (ศตวรรษที่ 18–19)

ในยุโรปแผ่นดินใหญ่ (เช่น ฝรั่งเศส) การใช้รถม้าสำคัญ คนขับนั่งด้านซ้ายของม้า → เพื่อให้ถือแส้ด้วยมือขวาได้สะดวก → รถม้าจึงวิ่งชิดขวา

เมื่อ นโปเลียน ขยายอาณาจักร เขากำหนดให้ประเทศภายใต้อำนาจฝรั่งเศสใช้ระบบชิดขวา

อังกฤษและอาณานิคม

อังกฤษยังคงรักษาธรรมเนียมขับชิดซ้าย → ส่งต่อไปยังอาณานิคม เช่น อินเดีย ออสเตรเลีย ฮ่องกง ไทย (มีอิทธิพลจากอังกฤษ)

การแพร่กระจายของระบบซ้าย–ขวา

ยุโรปตะวันตก (ฝรั่งเศส, เยอรมนี, สเปน) → ชิดขวา

ยุโรปตะวันออก → ส่วนใหญ่ชิดขวาเช่นกัน เพราะอิทธิพลโซเวียต

อังกฤษและอดีตอาณานิคม → ชิดซ้าย

สหรัฐอเมริกา → แม้เคยใช้หลากหลาย แต่ Ford และผู้ผลิตรถอเมริกันกำหนดมาตรฐานชิดขวา → กลายเป็นมาตรฐานของประเทศ

เหตุผลทางวิศวกรรมและความปลอดภัย

การแซง

ขับชิดซ้าย → พวงมาลัยขวา → ผู้ขับอยู่ใกล้เส้นกลางถนน → มองเห็นรถฝั่งตรงข้ามเวลาจะแซง

ขับชิดขวา → พวงมาลัยซ้าย → หลักการเดียวกัน

ทางแยกและวงเวียน

การออกแบบการจราจรขึ้นอยู่กับฝั่งที่ขับ เช่น ประเทศชิดซ้ายจะวนวงเวียนตามเข็มนาฬิกา

การนำเข้า–ส่งออกรถยนต์

ประเทศที่อยู่ในกลุ่มเดียวกันมักใช้ระบบเดียว เพื่อสะดวกต่อการค้าและการผลิตรถ

ความแตกต่างในปัจจุบัน

35% ของโลก → ใช้ระบบชิดซ้าย (พวงมาลัยขวา)

65% ของโลก → ใช้ระบบชิดขวา (พวงมาลัยซ้าย)

กลุ่มขับชิดซ้าย 

(RHD: Right-hand drive)

อังกฤษ, ญี่ปุ่น, ไทย, ออสเตรเลีย, แอฟริกาใต้

กลุ่มขับชิดขวา 

(LHD: Left-hand drive)

สหรัฐอเมริกา, จีน, เยอรมนี. ฝรั่งเศส, รัสเซีย

 

ปัญหาการใช้รถข้ามระบบ

หากนำรถ พวงมาลัยขวาไปวิ่งในประเทศที่ขับชิดขวา → มุมมองการแซงอันตรายมาก

รถนำเข้า “ผิดฝั่ง” จึงมักถูกห้ามใช้งานในหลายประเทศ หรือมีข้อจำกัด

ตัวอย่าง:

อังกฤษขับซ้าย → ห้ามนำรถพวงมาลัยซ้ายมาจดทะเบียนถาวร เว้นแต่เป็นรถคลาสสิก

สหรัฐฯ ขับขวา → รถญี่ปุ่นพวงมาลัยขวามักใช้ได้เฉพาะในเขตพิเศษ หรือในวงการสะสม (JDM Imports)

เกร็ดทางวัฒนธรรม

ทำไมญี่ปุ่นใช้พวงมาลัยขวา?

ญี่ปุ่นไม่เคยเป็นอาณานิคมอังกฤษ แต่ได้รับอิทธิพลด้านวิศวกรรมจากรถอังกฤษยุคแรก ๆ

ประเทศไทย - ไทยไม่ได้ตกเป็นอาณานิคมอังกฤษ แต่รับอิทธิพลการค้า–รถไฟจากอังกฤษ → ทำให้เลือกใช้ระบบขับชิดซ้าย

รถไฟ - หลายประเทศระบบรถไฟขับ “ฝั่งตรงข้าม” กับรถยนต์ เช่น ฝรั่งเศส รถยนต์ชิดขวา แต่รถไฟวิ่งชิดซ้าย เพราะสืบทอดจากอังกฤษ

ข้อดี–ข้อเสียของแต่ละระบบ

ชิดซ้าย (RHD)

ข้อดี:

แซงง่ายเพราะผู้ขับใกล้เส้นกลางถนน

สะดวกเมื่อขับในเมืองเก่า/ถนนแคบที่ออกแบบมาตั้งแต่ยุคม้า

ข้อเสีย:

สัดส่วนประเทศน้อยกว่า → การค้ารถยนต์ยุ่งยากกว่า

ชิดขวา (LHD)

ข้อดี:

เป็นมาตรฐานของโลกส่วนใหญ่ → รถยนต์ผลิตง่าย

เหมาะกับถนนกว้างแบบยุโรปและอเมริกา

ข้อเสีย:

ผู้ขับห่างจากขอบถนน ทำให้บางครั้งเลี้ยวเข้าซอยแคบไม่สะดวก

มุมมองด้านเศรษฐกิจ

ประเทศที่ใช้ระบบส่วนน้อย (เช่นไทย) ต้องผลิต/สั่งรถพิเศษ ทำให้ราคารถสูงกว่าตลาดโลก

แต่ก็สร้างตลาดเฉพาะ เช่น รถ JDM (Japan Domestic Market) ที่พวงมาลัยขวา → กลายเป็นของสะสมในอเมริกา

อนาคต: EV และ Autonomous Car

เมื่อโลกกำลังก้าวสู่ รถไฟฟ้าและรถไร้คนขับ คำถามเรื่อง “พวงมาลัยซ้ายหรือขวา” อาจหมดความหมาย เพราะ:

รถไร้คนขับไม่จำเป็นต้องมีพวงมาลัย

ผู้โดยสารอาจนั่งได้ทุกตำแหน่ง

มาตรฐานสากลอาจถูกผลักดันให้統一กันเพื่อความสะดวกในการผลิต

บทสรุป

การที่บางประเทศใช้พวงมาลัยซ้าย–ขวาไม่ใช่เรื่องบังเอิญ แต่เป็นผลลัพธ์จาก ประวัติศาสตร์ อาณานิคม วัฒนธรรม และการค้า

อังกฤษและอาณานิคม → สืบทอดการขับชิดซ้าย

ฝรั่งเศสและยุโรปแผ่นดินใหญ่ → เปลี่ยนเป็นชิดขวาเพราะนโปเลียน

อเมริกาและจีน → เลือกชิดขวาเพราะอุตสาหกรรมรถยนต์

สุดท้ายแล้ว ไม่มีระบบไหน “ดีกว่า” อีกระบบหนึ่ง ทุกประเทศเพียงแค่เลือกใช้สิ่งที่เหมาะกับประวัติศาสตร์และสังคมของตนเอง

ในอนาคต เมื่อรถยนต์กลายเป็นไฟฟ้าและไร้คนขับ คำถามนี้อาจกลายเป็นเพียงเกร็ดความรู้ทางประวัติศาสตร์ แต่สำหรับวันนี้ มันยังเป็นสิ่งที่ทำให้โลกยานยนต์มี “เอกลักษณ์” แตกต่างกันอย่างน่าสนใจ

Credit : เซลล์บอส บางเขนฮอนด้าคาร์ส์