รูปข่าวสาร หากคุณกำลังมองหารถยนต์ฮอนด้าสักคัน แต่ยังเลือกไม่ได้ระหว่าง City กับ Civic

หากคุณกำลังมองหารถยนต์ฮอนด้าสักคัน แต่ยังเลือกไม่ได้ระหว่าง City กับ Civic

อัพเดดล่าสุดเมื่อ : Apr 9 2026

หากคุณกำลังมองหารถยนต์ฮอนด้าสักคัน แต่ยังเลือกไม่ได้ระหว่าง City กับ Civic ความแตกต่างหลักๆ ไม่ได้อยู่ที่แค่ "ขนาด" เท่านั้น แต่ยังรวมถึง "บุคลิก" และ "ความรู้สึกในการขับขี่" ดังนี้

  1. ขนาดและพื้นที่ใช้สอย (Size & Space) • City: เป็นรถกลุ่ม B-Segment (City Car) ตัวรถสั้นและแคบกว่า ทำให้ หาที่จอดง่ายและคล่องตัวสูงมาก ในเมืองที่มีการจราจรหนาแน่น • Civic: เป็นรถกลุ่ม C-Segment (Compact Car) ตัวรถยาวและกว้างกว่า ฐานล้อที่ยาวทำให้ ห้องโดยสารกว้างขวางและนั่งสบายกว่า โดยเฉพาะเบาะหลังที่วางขาได้ยาวกว่า
  2. สมรรถนะและการขับขี่ (Performance) • City: เน้นความจัดจ้านในระยะสั้น เครื่องยนต์ 1.0 Turbo ให้แรงบิดดีมากในช่วงออกตัว เหมาะกับการมุดซอกแซกในเมือง • Civic: เน้นความนิ่งและมั่นคง (Stability) ด้วยช่วงล่างที่เกาะถนนกว่า และเครื่องยนต์ 1.5 Turbo (หรือ e:HEV 2.0) ที่ให้พละกำลังต่อเนื่องกว่ามาก เหมาะสำหรับการขับทางไกล ที่ความเร็วสูงจะรู้สึกมั่นใจกว่า City อย่างเห็นได้ชัด
  3. งานดีไซน์และวัสดุ (Design & Quality) • City: ออกแบบมาให้ดูทันสมัย เข้าถึงง่าย วัสดุภายในเน้นความทนทานและการใช้งานที่คุ้มค่า • Civic: เน้นความสปอร์ตพรีเมียม วัสดุภายในซอฟต์ทัช (Soft Touch) มีความหรูหรามากกว่า และมีเทคโนโลยีหน้าจอแสดงผลที่ล้ำสมัยกว่า
  4. งบประมาณ (Price) • City: ราคาเริ่มต้นประมาณ 6 แสนถึง 8 แสนบาท (เข้าถึงง่าย ประหยัดงบ) • Civic: ราคาเริ่มต้นประมาณ 1 ล้านถึง 1.2 ล้านบาทขึ้นไป (จ่ายเพิ่มเพื่อความหรูหราและสมรรถนะที่สูงขึ้น) Peer Tip: ถ้าคุณเป็นมือใหม่หัดขับหรือเน้นใช้งานในกรุงเทพฯ เป็นหลัก City คือตัวเลือกที่ฉลาดมาก แต่ถ้าคุณชอบฟีลลิ่งการขับขี่ที่หนักแน่นและมีงบประมาณถึง Civic คือรถที่ขับแล้วจะไม่อยากกลับไปขับรถเล็กอีกเลย

Credit : เซลล์พลอย บางเขนฮอนด้าคาร์ส์