น้ำมัน E20/E85 ดีจริงหรือทำร้ายเครื่อง?
อัพเดดล่าสุดเมื่อ : Oct 21 2025
น้ำมัน E20/E85 ดีจริงหรือทำร้ายเครื่อง?
ในประเทศไทย หากเดินเข้าปั๊มน้ำมัน สิ่งที่สะดุดตาคือหัวจ่ายที่มีป้ายสีต่าง ๆ บอกชนิดน้ำมัน เช่น Gasohol 91, Gasohol 95, E20, E85 หลายคนอาจสงสัยว่า E20 และ E85 ต่างจากน้ำมันทั่วไปอย่างไร? บางคนเลือกเพราะราคาถูกกว่า บางคนกลับหลีกเลี่ยงเพราะกลัวว่าจะ “ทำร้ายเครื่องยนต์”
ความจริงแล้ว E20 และ E85 ไม่ใช่น้ำมันแปลกประหลาด แต่เป็นส่วนหนึ่งของนโยบายพลังงานระดับประเทศที่มีทั้งข้อดีและข้อจำกัด บทความนี้จะพาคุณเจาะลึกตั้งแต่โครงสร้างเชื้อเพลิง กระบวนการผลิต ผลกระทบต่อเครื่องยนต์ ไปจนถึงอนาคตของพลังงานผสมเอทานอลในไทย
น้ำมัน E20/E85 คืออะไร?
E20 = น้ำมันเบนซินผสมเอทานอล 20% + เบนซิน 80%
E85 = น้ำมันเบนซินผสมเอทานอล 85% + เบนซิน 15%
เอทานอลที่ใช้ผลิตน้ำมันเหล่านี้ทำจากพืช เช่น อ้อย มันสำปะหลัง ข้าวโพด จึงถือเป็น “พลังงานชีวภาพ (Biofuel)” ที่ช่วยลดการพึ่งพาน้ำมันดิบ
เหตุผลที่ไทยผลักดัน E20/E85
ลดการนำเข้าน้ำมันดิบ – ไทยต้องนำเข้าน้ำมันกว่า 60% ของการใช้ทั้งหมด
ช่วยเกษตรกร – เอทานอลผลิตจากอ้อยและมันสำปะหลัง ทำให้เกิดความต้องการผลผลิตการเกษตร
สิ่งแวดล้อม – การเผาไหม้เอทานอลปล่อยก๊าซคาร์บอนน้อยกว่าน้ำมันฟอสซิล
สอดคล้องกับนโยบายพลังงานโลก – หลายประเทศส่งเสริมการใช้ Biofuel เช่น บราซิล
คุณสมบัติทางเคมีของเอทานอล
ออกเทนสูง – เอทานอลมีค่าออกเทนราว 108 ช่วยป้องกันการน็อกของเครื่องยนต์
พลังงานต่อหน่วยต่ำ – ให้พลังงานน้อยกว่าน้ำมันเบนซิน ~30% ทำให้รถที่ใช้น้ำมันผสมเอทานอลมากสิ้นเปลืองขึ้นเล็กน้อย
ดูดซับความชื้นได้ – เอทานอลมีคุณสมบัติดูดน้ำ ทำให้รถที่จอดนานอาจเกิดการกัดกร่อน
ผลกระทบต่อเครื่องยนต์
- เครื่องยนต์ที่ “รองรับ”
รถที่ออกแบบมาให้ใช้น้ำมัน E20 หรือ E85 ได้ จะไม่มีปัญหา เพราะผู้ผลิตได้ใช้วัสดุที่ทนต่อเอทานอล เช่น ซีล ท่อยาง และหัวฉีด
- เครื่องยนต์ที่ “ไม่รองรับ”
หากนำรถเก่า (ที่ไม่ได้ออกแบบมาสำหรับน้ำมันแก๊สโซฮอล์) มาเติม E20/E85 อาจทำให้:
ซีลและท่อยางเสื่อมเร็ว
การจุดระเบิดไม่สมบูรณ์
เครื่องยนต์สึกหรอเร็ว
- สมรรถนะ
รถที่เติม E20 จะสิ้นเปลืองมากกว่าน้ำมัน 95 ประมาณ 3–5%
รถที่เติม E85 จะสิ้นเปลืองมากกว่า 10–15% แต่ค่าเชื้อเพลิงต่อกิโลเมตรยังคงถูกกว่าเพราะราคาน้ำมันต่ำ
กรณีศึกษาในประเทศไทย
โครงการรถ Flex-Fuel: Mitsubishi, Nissan, Toyota พัฒนารถที่รองรับ E20 และ E85 โดยเฉพาะ
ราคาน้ำมัน: รัฐบาลไทยอุดหนุนราคาน้ำมันผสมเอทานอลให้ถูกกว่าน้ำมัน 95–เบนซินบริสุทธิ์ เพื่อจูงใจผู้ใช้
ปัญหาที่พบจริง: รถเก่าที่เติม E20 ทั้งที่ไม่รองรับ มีรายงานปัญหาซีลและท่อยางรั่วซึม
ผลกระทบต่อเศรษฐกิจและสังคม
เกษตรกรได้ประโยชน์ – ความต้องการอ้อยและมันสำปะหลังสูงขึ้น
รัฐลดการนำเข้า – ไทยประหยัดเงินตราต่างประเทศหลายหมื่นล้านบาทต่อปี
สิ่งแวดล้อมดีขึ้น – การปล่อยคาร์บอนจากการใช้น้ำมันลดลง
แต่ก็มีคำถามว่า การนำพืชไปทำพลังงานแทนที่จะเป็นอาหาร อาจกระทบต่อราคาสินค้าเกษตรและความมั่นคงทางอาหารได้
อนาคตของ E20/E85
รถยนต์ EV กำลังมาแรง ทำให้อนาคตของน้ำมันผสมเอทานอลอาจถูกลดความสำคัญ
อย่างไรก็ตาม ในอีก 10–15 ปีข้างหน้า รถเครื่องยนต์สันดาปยังคงมีจำนวนมาก น้ำมัน E20/E85 จะยังคงมีบทบาท
ไทยอาจพัฒนาไปสู่ E100 หรือการใช้เอทานอลเพียว ๆ เหมือนที่บราซิลทำ
บทสรุป
E20 และ E85 ไม่ใช่น้ำมันที่ “ทำร้ายเครื่องยนต์” อย่างที่หลายคนกังวล ตราบใดที่รถถูกออกแบบมาให้รองรับ การใช้น้ำมันผสมเอทานอลไม่เพียงแต่ประหยัดกว่า แต่ยังช่วยเกษตรกรไทยและลดการพึ่งพาน้ำมันนำเข้า
อย่างไรก็ตาม หากคุณใช้รถเก่าที่ไม่ได้ออกแบบมาสำหรับน้ำมันชนิดนี้ ควรหลีกเลี่ยงเพื่อป้องกันความเสียหายระยะยาว
สุดท้ายแล้ว การเลือกเติมน้ำมันชนิดใดไม่ใช่เพียงเรื่องของ “ราคาที่หัวจ่าย” แต่เป็นการเลือกที่มีผลต่อ เครื่องยนต์ สิ่งแวดล้อม และเศรษฐกิจประเทศ ด้วยเช่นกัน
Credit : เซลล์บอส บางเขนฮอนด้าคาร์ส์