รูปข่าวสาร น้ำมันสังเคราะห์ (Synthetic Fuel) จะแทนรถ EV ได้จริงหรือ?

น้ำมันสังเคราะห์ (Synthetic Fuel) จะแทนรถ EV ได้จริงหรือ?

อัพเดดล่าสุดเมื่อ : Oct 21 2025

น้ำมันสังเคราะห์ (Synthetic Fuel) จะแทนรถ EV ได้จริงหรือ?

โลกกำลังเผชิญกับแรงกดดันด้านสิ่งแวดล้อมและการลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ รถยนต์ไฟฟ้า (EV) จึงถูกยกย่องว่าเป็นทางออกหลักของอนาคต แต่ในอีกมุมหนึ่ง มีเทคโนโลยีที่ถูกพัฒนาเพื่อยืดอายุเครื่องยนต์สันดาปภายในให้ยังมีชีวิตอยู่ นั่นคือ น้ำมันสังเคราะห์ (Synthetic Fuel หรือ e-Fuel)

ประวัติและพัฒนาการ

แนวคิดน้ำมันสังเคราะห์มีมาตั้งแต่สงครามโลกครั้งที่ 2 เมื่อเยอรมนีใช้กระบวนการ Fischer–Tropsch ผลิตเชื้อเพลิงจากถ่านหินเพื่อแก้ปัญหาการขาดแคลนน้ำมัน หลังสงคราม เทคโนโลยีนี้ถูกละทิ้งไป แต่ในปัจจุบันกลับมามีบทบาทอีกครั้งเพราะโลกต้องการลดการพึ่งพาฟอสซิลและหาทางออกที่ปล่อยคาร์บอนต่ำ

บริษัท Porsche และ Siemens Energy ได้ร่วมสร้างโรงงานผลิต e-Fuel ที่ชิลีในปี 2021 ใช้พลังงานลมแยกน้ำเป็นไฮโดรเจน และดักจับ CO₂ จากอากาศมาสังเคราะห์เป็นเชื้อเพลิงเหลว สามารถใช้แทนน้ำมันในรถทั่วไปได้ทันที

กลไกการทำงานและกระบวนการผลิต : การผลิตน้ำมันสังเคราะห์ประกอบด้วย 4 ขั้นตอนหลัก

Electrolysis

ใช้ไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียนแยกน้ำเป็นไฮโดรเจนและออกซิเจน

Carbon Capture

ดักจับก๊าซ CO₂ จากอากาศหรือปล่องควันโรงงาน

Synthesis

นำ H₂ และ CO₂ มาผ่านกระบวนการ Fischer–Tropsch เพื่อสร้างไฮโดรคาร์บอน

Refining

ปรับคุณภาพให้เทียบเท่าน้ำมันเบนซินหรือดีเซล สามารถเติมรถปัจจุบันได้เลย

ข้อดีของน้ำมันสังเคราะห์

ใช้กับเครื่องยนต์ที่มีอยู่แล้วทั่วโลกกว่า 1.3 พันล้านคันโดยไม่ต้องปรับเปลี่ยน

ลดคาร์บอนสุทธิ (Carbon Neutral) เพราะใช้ CO₂ จากอากาศ

รักษามรดกยานยนต์ เช่น Ferrari, Porsche, Lamborghini

ขนส่งและเก็บรักษาง่ายกว่าพลังงานทางเลือกอื่น เช่น ไฮโดรเจน

ข้อจำกัดและความท้าทาย

ต้นทุนสูง: ปัจจุบันราคาลิตรละกว่า 300 บาท

ประสิทธิภาพต่ำกว่า EV: ใช้ไฟฟ้ามากกว่าเพื่อให้ได้พลังงานเท่ากัน

มลพิษบางส่วนยังคงอยู่: เช่น NOx และฝุ่นละออง

ต้องการการลงทุนมหาศาล: ทั้งโรงงานผลิตและการดักจับ CO₂

กรณีศึกษาและการใช้งานจริง

Porsche ใช้น้ำมันสังเคราะห์ในสนามแข่ง Porsche Mobil 1 Supercup

Airbus กำลังทดสอบ e-Fuel ในอุตสาหกรรมการบิน

Michelin และพาร์ตเนอร์ทดลองในระดับรถต้นแบบ

ผลกระทบต่อโลกยานยนต์และเศรษฐกิจ

อุตสาหกรรมยานยนต์: รถเครื่องยนต์สันดาปจะอยู่ได้ยาวนานขึ้น

อุตสาหกรรมน้ำมัน: บริษัทน้ำมันปรับตัวจากผู้ค้าน้ำมันดิบเป็นผู้ผลิต e-Fuel

เศรษฐกิจโลก: ประเทศที่มีพลังงานหมุนเวียนมาก เช่น ชิลี หรือไอซ์แลนด์ จะกลายเป็นผู้ผลิตน้ำมันใหม่

สิ่งแวดล้อม: หากใช้พลังงานสะอาด จะช่วยลดคาร์บอนมหาศาล แต่ถ้าใช้ไฟฟ้าจากฟอสซิล ก็จะไม่ต่างจากน้ำมันทั่วไป

อนาคตของน้ำมันสังเคราะห์

e-Fuel จะไม่สามารถมาแทน EV ในตลาดรถยนต์ทั่วไปได้ เพราะ EV มีต้นทุนต่ำกว่าและประสิทธิภาพดีกว่า แต่ e-Fuel จะเป็น ทางเลือกเฉพาะทาง สำหรับ:

รถสปอร์ตและรถหรูที่ต้องการรักษาเอกลักษณ์

อุตสาหกรรมการบินและเดินเรือที่ EV ใช้งานไม่ได้

ประเทศที่โครงสร้างพื้นฐาน EV ยังไม่พร้อม

บทสรุป

น้ำมันสังเคราะห์ไม่ใช่คู่แข่งของ EV แต่เป็นเพื่อนร่วมทางในอนาคตพลังงานสะอาด EV จะครองตลาดรถยนต์หลัก แต่ e-Fuel จะช่วยยืดอายุเครื่องยนต์สันดาป รักษามรดกวัฒนธรรมยานยนต์ และเป็นคำตอบสำหรับอุตสาหกรรมที่ต้องการพลังงานหนาแน่นสูง อนาคตอาจเป็นโลกที่รถ EV วิ่งเต็มถนน แต่ยังคงมีเสียงคำรามของเครื่องยนต์ V12 ที่ใช้น้ำมันสังเคราะห์อย่างสะอาดในสนามแข่ง

Credit : เซลล์บอส บางเขนฮอนด้าคาร์ส์