รูปข่าวสาร ระหว่าง City Sedan (4 ประตู) และ City Hatchback (5 ประตู)

ระหว่าง City Sedan (4 ประตู) และ City Hatchback (5 ประตู)

อัพเดดล่าสุดเมื่อ : Apr 2 2026

ระหว่าง City Sedan (4 ประตู) และ City Hatchback (5 ประตู) โดยมีโจทย์เรื่อง "การบรรทุกสัมภาระ" เป็นตัวตั้ง ต้องบอกว่าทั้งคู่มีดีคนละแบบ ขึ้นอยู่กับว่า "ของ" ที่คุณจะขนนั้นมีลักษณะอย่างไร

  1. City Sedan (4 ประตู): เน้นปริมาณและความมิดชิด ถ้าโจทย์ของคุณคือการขนกระเป๋าเดินทางหลายๆ ใบ หรือของที่มีกลิ่น (เช่น อาหารทะเล, ทุเรียน) รุ่น 4 ประตูคือคำตอบ • พื้นที่ลึกและกว้าง: มีความจุท้ายรถรวมประมาณ 519 ลิตร ซึ่งถือว่าเยอะมากในรถระดับเดียวกัน • เป็นสัดส่วน: ห้องสัมภาระแยกออกจากห้องโดยสารชัดเจน ทำให้ไม่มีเสียงของกลิ้งไปมาคอยรบกวน และช่วยกักเก็บกลิ่นไม่ให้เข้ามาในรถ • เหมาะกับใคร: สายตีกอล์ฟ (ใส่ถุงกอล์ฟแนวขวางได้สบาย), ครอบครัวที่เน้นขนกระเป๋าเดินทางใบใหญ่เวลาไปเที่ยว
  2. City Hatchback (5 ประตู): เน้นความสูงและความอเนกประสงค์ จุดเด่นที่สุดที่ทำให้รุ่น 5 ประตูชนะขาดคือเบาะนั่ง ULTR Seat ที่ปรับได้ 4 โหมด ซึ่งรุ่น 4 ประตูทำไม่ได้ครับ: • Utility Mode: พับเบาะหลังราบเรียบ ขนของชิ้นใหญ่ได้เหมือนรถเอสยูวี • Tall Mode: (ไม้ตาย) สามารถยกเบาะนั่งด้านหลังขึ้น เพื่อวางของที่มี "ความสูง" เช่น ต้นไม้ขนาดกลาง หรือจักรยาน (โดยไม่ต้องถอดล้อ) • Long Mode: พับเบาะหน้าและหลัง เพื่อวางของที่มี "ความยาว" เช่น เซิร์ฟบอร์ดหรือบันได • เหมาะกับใคร: พ่อค้าแม่ค้าออนไลน์ที่ต้องส่งของหลากหลายขนาด, คนรักต้นไม้, หรือคนที่ชอบขนจักรยานไปปั่นตามที่ต่างๆ สรุปการเลือก: เลือก Sedan ถ้าคุณเน้นขนกระเป๋าเดินทางเยอะๆ และต้องการความเป็นระเบียบมิดชิด เลือก Hatchback ถ้าคุณมีไลฟ์สไตล์ที่ต้องขนของ "รูปทรงแปลกๆ" หรือของที่มีความสูงอยู่บ่อยครั้ง

Credit : เซลล์พลอย บางเขนฮอนด้าคาร์ส์