รูปข่าวสาร สำหรับการดูแลรถในช่วงระยะ 10,000 - 20,000 กิโลเมตร

สำหรับการดูแลรถในช่วงระยะ 10,000 - 20,000 กิโลเมตร

อัพเดดล่าสุดเมื่อ : May 23 2026

สำหรับการดูแลรถในช่วงระยะ 10,000 - 20,000 กิโลเมตร ถือเป็นช่วงเวลาที่สำคัญมาก เพราะเป็นช่วงที่รถเริ่มพ้นรันอินและชิ้นส่วนต่างๆ เริ่มเข้าที่ การเช็กอย่างละเอียดจะช่วยลดค่าใช้จ่ายในการซ่อมใหญ่ในอนาคตได้ค่ะ นี่คือรายการจุดตรวจสอบสำคัญที่ควรทำอย่างยิ่งในช่วงระยะนี้

  1. ระบบช่วงล่างและระบบส่งกำลัง • ชุดลูกหมากและบูชยาง: ตรวจเช็กยางกันฝุ่นลูกหมากคันชัก-คันส่ง และบูชปีกนก ว่ามีรอยแตกลายงาหรือฉีกขาดไหม หากพบความเสียหายเล็กน้อยควรรีบเปลี่ยนก่อนที่สิ่งสกปรกจะเข้าไปทำลายแกนลูกหมาก • โช้คอัพ: ตรวจสอบคราบน้ำมันซึมรอบแกนโช้ค และเช็กยางกันฝุ่นโช้คว่ายังอยู่ในสภาพสมบูรณ์หรือไม่ • เพลาขับและยางหุ้มเพลา: ตรวจดูรอยรั่วซึมของจาระบีที่ยางหุ้มเพลาขับ เพราะหากยางขาดเพียงนิดเดียว จาระบีจะกระเด็นออกจนหมดและทำให้เพลาขับพังได้ในเวลาอันสั้น
  2. ระบบเบรกและยาง • ความหนาผ้าเบรก: ตรวจเช็กความหนาของผ้าเบรกทั้งหน้าและหลัง รวมถึงรอยขีดข่วนบนจานเบรก • สลับยางและถ่วงล้อ: ควรทำทุก 10,000 กม. เพื่อให้หน้ายางสึกหรอสม่ำเสมอกัน และควรทำความสะอาดหน้าแปลนล้อเพื่อป้องกันสนิมที่อาจทำให้ล้อถอดไม่ออกในอนาคต • น้ำมันเบรก: เช็กระดับและสีของน้ำมันเบรก หากเริ่มมีสีคล้ำควรเตรียมแผนเปลี่ยนถ่าย (โดยปกติจะเปลี่ยนทุก 40,000 กม. หรือ 2 ปี)
  3. ระบบเครื่องยนต์และของเหลว • น้ำมันเครื่องและกรองน้ำมันเครื่อง: เปลี่ยนถ่ายตามเกรดที่กำหนด (กึ่งสังเคราะห์หรือสังเคราะห์แท้ 100%) • กรองอากาศเครื่องยนต์และกรองแอร์: หากขับขี่ในพื้นที่ที่มีฝุ่นมาก เช่น เขตก่อสร้างหรือถนนสายหลัก กรองแอร์อาจจะตันเร็วกว่ากำหนด ซึ่งส่งผลต่อประสิทธิภาพของระบบปรับอากาศ • สายพานหน้าเครื่อง: ตรวจเช็กความตึงและรอยแตกร้าวของสายพาน รวมถึงฟังเสียงผิดปกติขณะเครื่องยนต์เดินเบา
  4. ระบบช่วยเหลือและเทคโนโลยี (Safety Systems) • เซนเซอร์และกล้อง: สำหรับรถรุ่นใหม่ที่มีระบบความปลอดภัยอัจฉริยะ (เช่น กล้องหน้ารถหรือเรดาร์) ควรเช็กว่าไม่มีคราบสกปรกหรือรอยหินดีดที่บดบังทัศนวิสัยของเซนเซอร์ • น้ำยาฉีดกระจก: ตรวจเช็กระดับน้ำยาและสภาพใบปัดน้ำฝน เพราะมีผลโดยตรงต่อการทำงานของระบบตรวจจับวัตถุบนถนน 💡 คำแนะนำเพิ่มเติมสำหรับผู้ที่เน้นการขายหรือดูแลรถ หากคุณต้องส่งมอบรถให้ลูกค้า หรือต้องการเก็บประวัติรถให้สวยงาม:
  5. การพ่นกันสนิม: หากรถยังไม่เคยพ่น ช่วงระยะ 10,000-20,000 กม. เป็นช่วงที่ใต้ท้องรถยังสะอาดที่สุด เหมาะแก่การทำโปรแกรมพ่นกันสนิมเพื่อปกป้องในระยะยาว
  6. การล้างอัดฉีดช่วงล่าง: หลังจากเช็กระยะเสร็จ การล้างอัดฉีดจะช่วยกำจัดเศษดินทรายที่สะสมตามซอกมุม ซึ่งเป็นตัวการที่ทำให้ยางและพลาสติกเสื่อมสภาพเร็ว

Credit : เซลล์พลอย บางเขนฮอนด้าคาร์ส์